สถิติผู้เข้าชม






![]() | วันนี้ | 48 |
![]() | เมื่อวาน | 70 |
![]() | อาทิตย์นี้ | 445 |
![]() | เดือนนี้ | 270 |
![]() | ทุกวัน | 41349 |
| Designed by: |
| ประวัติความเป็นมา |
|
|
|
| เขียนโดย Administrator |
| วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๙:๕๖ น. |
|
พระธรรมจาริกในอดีต พ.ศ. ๒๕๐๘พุทธศักราช ๒๕๐๘ นับว่าเป็นปีที่มีความสำคัญยิ่งปีหนึ่ง ของวงการพุทธศาสนาประเทศไทย นั่นก็คือ ปีนี้เป็นปีที่มีการเริ่มต้นการเผยแพร่พุทธศาสนาให้แก่กลุ่มบุคคลที่เรียกกันว่า “ชาวเขา” ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย ตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่บนภูเขาสูงในภาคเหนือ และภาคตะวันตกของประเทศ โดยความร่วมมือระหว่างฝ่าย พุทธจักร และฝ่าย อาณาจักร ภายใต้ชื่อ โครงการพระธรรมจาริก เป็นการสนองต่อคำสั่งสอนของ พระพุทธเจ้า เมื่อกว่าสองพันห้าร้อยปีมาแล้ว อันได้แก่ “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย ฯเปฯ เทเสถ ภิกฺขเว ธมฺมํ” ซึ่งแปลว่า “ดูกร ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย จงท่องเที่ยวจาริกไป จงแสดงธรรม เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่คนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลก” คณะพระสงฆ์ที่ออกไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาแก่ชาวเขาถูกเรียกว่า คณะพระธรรมจาริก โดยที่การเผยแพร่ศาสนาพุทธแก่ชาวเขาในลักษณะนี้ ถือว่าเป็นของแปลกใหม่ น่าท้าทายมากในสมัย ๓๐ ปีก่อน ที่มีสถานการณ์แตกต่างจากสถานการณ์ในปัจจุบันนี้มากมาย ไม่มีผู้ใดสามารถที่จะคาดเดาถึงผลที่จะออกมาได้ คณะผู้ดำเนินการจึงได้ใช้โครงการเผยแพร่พระพุทธศาสนาแก่ชาวเขาได้ผลดีตามที่ได้คาดหวังไว้ ก็จะนำประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้รับมาปรับปรุงแก้ไข พัฒนาข้อบกพร่องต่าง ๆ วางแผนจัดทำเป็น โครงการถาวร ในอนาคตต่อไป โครงการทดลองได้ถูกนำเสนอขอรับความเห็นชอบจากกรมประชาสงเคราะห์ ซึ่งกรมประชาสงเคราะห์ได้ให้ความเห็นชอบดำเนินการได้ภายหลังจากที่ได้มีการศึกษาหาข้อมูลภาคสนาม ที่หมู่บ้านแม้วทับเบิก ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ และที่บ้านแม้วป่ายาบ อ.ด่านซ้าย จังหวัดเลย ในเขตพื้นที่ของนิคมสร้างตนเองสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเพชรบูรณ์พิษณุโลกและเลย โดยพระธรรมกิตติโสภณ เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร ได้มอบหมายให้พระศรีวิสุทธิวงศ์ คณะกรรมการวัฒนธรรมทางจิตใจ กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกองสงเคราะห์ชาวเขาศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ ตลอดจนจัดทำโครงการทดลองขึ้นมานำเสนอเพื่อขอรับความเห็นชอบดังกล่าว สำหรับการดำเนินการในส่วนของสงฆ์นั้น พระธรรมกิตติโสภณได้นำร่างโครงการเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมสาขาทางจิตใจได้รับทราบเบื้องต้นและนำข้อมูลเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการมหาเถระสมาคมเพื่อทราบแนวทางดำเนินการของโครงการพระธรรมจาริก หลัการและเหตุผล เนื่องจากช่าวเขาเผ่าง ในประเทศทยเรา ซ่งประกอบด้วย แผ้ว เย้า ลีซอ มูเซอ อีกเอ กะเหรี่ง ลัวะ ถิ่น และ ขมุ ล้นแต่มีภาษา ลัทธิ ขนบธรรมเนียมประเพณีของตนเอง ซึ่งผิดแผกแตกต่างจากคนไทยที่อยู่พื้นที่ราบทั่วไป การที่จะแนะนำชักจุงจิตชาวเขาเผ่านั้นๆ ให้เปลี่ยนทัศนคติหันมาเลื่อมใสในทางพระพุทธศาสนา ให้เกิดทัสนคติอันดีงามต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐล่าอประเทศไทยให้เกิดสมัญสำนักด้วยตนเองว่า เขาเป็นประชาฃนชาวไทย เป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ง่ายนัก ประการแรกสำเป็นที่จะต้องแสดงให้ชาวเขาเผ่านั้นนๆ มีความรู้วสาว่า ชาวเราเป็นผู้ที่ไม่รังเกียจชาวเขา มีความหวังดีต่อชาวเขาอย่างแท้จริงมิได้มาทำความเดือดร้อนแก่ชาวเขาชาวเรามาช่วยชาววเขาอย่างญาติสนิท มิตรสหายผู้หวังดีต่อกัน อนึ่งในการดำเนินงานพัฒนาและสงเคาราะห์ชาวเขา เพื่อให้ชาวเขาอยู่อาศัยและประกอบอาชีพเป็นหลฃักแหล่งแน่นอนตามบริเวณที่เหมาะสมบนภูเขา เลิกการปลูกฝิ่น หยุดยังการทำไร่เลื่อนลอยและประกอบอาชีพทำเกษตารกรรมเป็ฯการถาวร เป็นพลเมืองที่ทำประโชน์ให้แก่ประเทศในการช่วยเหลือรักาความสงบตามชายแดนอันเป็นนโยบายของรัฐบาลนั้น ย่อมต้งออาศัยความผู้พันทางจิตใตจให้ชาวเจขามีความรู้สึกเป็นพวกเดียวกับคนไทย มีความรั่กและภักดีต่อชาติไทย เป็นประกาสำคัญ ชาวเขาจะยอมทำตามด้วยคววามเต็มใจ ตามคำแนะนำของผุ้ซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นที่ควรแก่การเคารพนับถือ การอาราธนารภิกษุสงฆ์?ไปยู่ตามหมู่บ้านชาวเขาแบบยมิชชันนารี่ จ่าจะเป็นวิธีหนึ่ง ที่อาจสร้างความลับพันธทางด้านจิตใจกับชาวเขาได้เป็นอย่างดี และจะเป็นผลพลอยได้ในการเผยแพร่พระพุทะศาสนาในหมู่ชนชาวเข่า ที่ยังมิได้นับถือศาสนาหนึ่งเป็นการแน่นอนอีกด้วย วัตถุประสงค์ เพื่อช่วยส่งเสริมศรัทธาปสาทะแก่ชาวเขาเผ่าต่างๆ ในเขตภาคเหนือของประเทศไทย ผู้ที่ยงไม่รู้ไม่เข้าใจพระพุทธศาสนา ให้มีความรู้ความเข้าใจ เกิดความเชื่อความเลื่อมใส่ในพระพุทธศาสนาและผู้ที่มีศรัทธาปสาทะเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาและผู้ที่มีศรัทธาปสาทะเลื่อมใสอยู่บ้างแล้ว ให้เกิดมีคศรัทธาปสาทะเลื่อมใสใพระพุทธศาสนามั่นคงยิ่งขึ้นจนยอมปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ ยอมรับถือพระพุทธศาสนา ให้มีศีลธรรมประจำใจมีความเคารพรักมีความหวังดี มีความจงรักภักดีต่อประเทศชาติ ศาสนา แลบะพระมหากษัตริย์ ให้เกิดมีทัศนคติอันดีงามต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตลอดถึงประเทศชาติไทยด้วยสามัญสำนึกของตนเองว่า เขาเป็นชาวไทยนัวบถือศาสนาพุทธ เช่นเดียวกับคนไทยทั้งหลายทั่งไป เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ส่งมาปฏิบัติงานนั้น เป็นตัวแทนของรัฐ เพื่อมาช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ชาวเขา ผู้มีสถานะเป็นประชากรของประเทศไทยด้วยกัน ฉันท์ญาติสนิทมิตรสหายที่ดีต่อกัน การดำเนินงาน คณะพระธรรมจาริก ๑๐ กลุ่ม ได้แยกย้ายกันไปปฏิบัติลานเผยแพร่พระพุทธศาสนาในหมู่บ้านชาวเขาต่าง ๆ ใน๑๓ จังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันตกประเทศ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๘ เป็นต้นมา ทำให้ชาวเขานับลถือพระพุทธศาสนามากชึ้นมีการจัดแสดงตนเป็นพุทธมามกะรู้จักการทำบุตักบาตรกราบไหว้พระเป็นตลอดจนส่งบุตรหลานเข้ารับการบลรรพชาอุปสมบทเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ยังมีภารกิจต่างๆ ที่พระธรรมจาริกกำลังดำเนินโครงการอยู่ ได้แก่ ๑. การอนามัยที่พระธรรมจาริกมีส่วนร่วมในการส่งเสริมได้แก่ - การส่งเสริมให้ชาวเขารู้จักการใช้ประโยชน์จากพืชไพรพื้นบ้าน ที่ชาวเขาเคยได้ใช้ประโยชนืมาแล้วในอดีต - ส่งเสริมให้ชาวบ้านรู้จักการสร้างส้วมที่ถูกสุขลักษณะ และการใช้ส้วมใจชีวิตประจำวัน - ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดสร้างประปาหมู่ลบ้านให้แก่หนู่บ้านชาวเขาที่มีศักยภาพส่งเสริมการชุดบ่อน้ำเพื่อให้ชาวเขามีน้ำสะอาดไว้ใช้สอยอละดึ่มกิน - สังสอนให้เด็กๆ รู้จักรักษาและทำความสะอาดร่างกาย - ส่งเสริมใช้ชาวเขารู้จักรักษาความสะอาดบล้านเรื่อนและความสะอาดของชุมชน โดยการนำชาวบ้านพัฒนาความสะอาดของหมู่บ้านเป็นครั้งคราวในวาระวันสำคัญ่างๆ - ให้ยารักษาลำบัดเบื้องต้น แก่ผู้เบผ่วยตามสมณะวิสัย และในกรณีที่มีอาการมากก็แจะนำหรือนำส่งสถานีอนามับหรือโรงพยาบาลใกล้เคียง ยาที่ใช้ในการบำยัดรัษาส่วนใหญ่เป็นยาสามัฐประจำหมู่บ้านขององค์การเภสัชกรรม - นอกจากนี้ในบางอาศรมฯ ที่มีชาวบ้านติดยาเสพติดเป็นจำนวนมาก ก็จัดให้มีการบำบัดรักษาโดยใช้สมุนไพร ตลิดจนการสร้างสถานีอนามัยในหมู่บ้านชาวเขา ซึ่งบางอห่งชาวเขามีส่วนร่วมในการจักทำ และสร้างเป็นคารถาวร ซึ่งได้ส่งมอบให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปเปิดบริการบำบัดรักษาผู้ป่วยแล้ว ๒.การศึกษา - เปิดสอนหนังสือให้แก่ผู้ใหญ่หรือเด็กที่ต้องการเรียนรู้ภาษาไทยแต่ไม่มีโอกาส เพราะในหมู่บ้านไม่มีโรงเรียนกระทรวงศึกษาธิการ การเรียน การสอนแบบนี้ปกติจะเปิดดำเนินงานในวันเสาร์ อาทำตย์ วันพระ ในตินเย้นหรือหัวค่ำ ซึ่งเป็นช่วงที่พวกเขาว่างจากภารกิจประจำวัน สถานที่สอนมักจะเป็นที่อาศรมพระธรรมจาริก หรือโรงเรียนชั่วคราวที่ตินกลางวันเปิดสอนเด้กตอนเย็นหรือตอนเย็นหรือตอนค่ำเปิดสอนผู้ใหญ่และกลุ่มหนุ่มสาว - ตั้งโรงเรียนชั่งคราวเปิดสอนภาษาไทยในหนู่บ้านที่โรงเรียนของรัฐ ซึ่งเมื่อทางโรงเรียนมีความพร้อมก็โอนให้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบ(ถึงปี พ.ศ. ๒๕๒๖ )ได้โอนโรงเรียนให้ทางหน่วบงานที่รับผิดชอบไปแล้วจำนวน ๑๖ แห่ง - เป็นครูช่วยสอนศีลธรรมให้แก่โรงเรียน ในสังกัดการประถมศึกาแห่งชาติที่มีโรงเรียนตั้งอยู่ในหมู่บ้านปฏิบัติงานเป้นประพจำในช้วงเปิดภาคเรียนและสอนศีลธรรมจริยธรรมในการศึกษานอกโรงเรียน ของกรมการศึกษานอกโรงเรียน - จัดสร้างสถานที่อ่านหนังสือประจำหนู่บ้านและจัดหาหนังสือต่างๆ มาๆไว้บริการในบริเวณหนู่บ้านหรือดัดแปลงอาศรมฯไว้เป็นสถานที่อ่านหนังสือ -ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้าองในการจัดหาสถานที่เรียนต่อให้เด้ชาวเขาในหมู่บ้านหรือคัดเลือกเด้กที่เรียนดีศึกษาต่อที่ศูนย์อบรมพระพุทธศาสนาแก่พระภิกษุสามเณรชาวเขา (วัดศรีโสดา) และการหาทุนให้เด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ฐานะยากจน - ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดส่งชาวเขาเข้ารับการฝึกอบรมทรงด้านการเกษตร และขอวิทยากรเฉพาะทางเข้าไปให้การอบรมชาวเขาในหมู่บ้าน ด้วยการเกษคตรและอาชีพอื่นๆโดยจัดเป็นหลักสูตรระยะสั้น ศีลธรรม - สอนศีลธรรมควบคู่ไปกับการเผยแพร่ธรรมแก่ชาวบ้านทั่วไป - สอนสีลธรรมและจริยธรรมแก่นักเรียนในโรงเรียนของการประถมศึกษาแห่งชาติ - รณรงค์ ลด เลิก อบายมุข หน้าที่พลเมือง - สอนชาวเขาเรื่องหน้าที่พลเมือง ตามขอบเขตของกฎหมวย และน้าที่พลเมืองไทยตามระบอบปราชาธิปไตย - สั่งสอนให้ทุกคนรู้จัการเสียสละ และการเป็นพลเมืองดี การจัดตั้งองค์กรชุมชน การจัดตั้งองค์กรชุมชน มีความประสงค์เพื่อให้ชุมชนรู้จักการช่วยชุม่ชนตนเอง อันเป็นการแบ่งเบาภาระของรัฐบาลและเป็นการบรรเทาความรุนแรงของปัญหา และองค์กรเพื่อการพัฒนาต่างๆ องค์กรชุมชนที่ถูกจัดตั้งในชุมชนได้แก่ - ธนาคารข้าวเพื่แก้ไขปัญหาการขาดแคลนข้าวบริโภคปัหาการเสียดอกเบี้ยแพงในการยืมเงินเพื่อซื้อข้าวบริโภค - ธนาคารยา เพื่อให้ชาวบ้านรู้จกการใช้ยาที่ถูกต้อง ไม่หลงเขื่อคำโฆษณา เป็นการประหยัดคค่าใช้จ่าย - จัดตั้งกรรมการแศรมฯ และกลุ่มหนุ่มสาว รับผิดชอบในการดำเนินกิจการของอาศรมฯ ด้านศาสนพิธีและการพัฒนาอาศรมฯ - กลุ่มเกษตรกรและกลึ่มแม่ลบ้านเพื่อแก้ใขปัญหาไนด้านการเกษตร ปัญหาของครอบครัวและชุมชน |
| แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๐:๓๑ น. ) |








